Thursday, 25 Aug 2016

เมนูหลัก

facebook
recruit
download

สมัครสมาชิกรับข่าวสาร

Name:
Email:

เว็บไซต์อื่นๆ

 

ptlogo

ptlogo2

pt3

mahidol

chula

hua

webindexthai

โรคต่างๆ


โรคข้อไหล่เสื่อม (Shoulder osteoarthritis)

image001

สาเหตุของข้อไหล่เสื่อม

  1. Degenerative Osteoarthritis เป็นข้อไหล่เสื่อมตามอายุการใช้งาน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบการเสื่อมในคนไข้อายุมากกว่า 60 ปี ที่เคยใช้งานข้อไหล่หนักมาก่อ
  2. Inflammatory Osteoarthritis ภาวะข้ออักเสบชนิดต่างๆ เช่น รูมาตอย์, โรคเกาท์, โรคลูบัส, ฯลฯ จะเกิดการอักเสบเรื้อรังของเยื่อหุ้มข้อ ทำให้เยื้อหุ้มข้อหนาตัวขึ้นแล้วไปเกาะติดกระดูกอ่อนผิวข้อ จนทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อเสื่อมกลายเป็นภาวะข้อไหล่เสื่อมในที่สุด ซึ่งโรคข้ออักเสบที่ทำให้เกิดภาวะข้อไหล่เสื่อมมากที่สุดคือโรครูมาตอย์ (Rheumatoid Arthritis)
  3. Post Traumatic Osteoarthritis ภาวการณ์บาดเจ็บต่อข้อไหล่ชนิดต่างๆ ไม่ว่าเป็นกระดูกหัก ผิวข้อแตกยุบ หรือข้อไหล่หลุด ก็จะเป็นเหตุทำให้เกิดข้อไหล่เสื่อมได้เร็วกว่าปกติ
  4. Rotator Cuff Arthropathy กรณีที่เอ็นหมุนรอบข้อไหล่ (Rotator Cuff) ฉีกขาดรุนแรงเป็นเวลานานก็จะเป็นเหตุทำให้เกิดข้อไหล่เสื่อม เนื่องจากเมื่อเอ็นรอบข้อไหล่ขาดขนาดใหญ่ หัวกระดูกก็จะเลื่อนขึ้นด้านบนและไม่ได้อยู่กลางเบ้า เวลามีการเคลื่อนไหวข้อไหล่ก็จะเกิดการขบกันของหัวกระดูกกับขอบเบ้าด้านบน ทำให้ผิวข้อเสื่อม อีกทั้งน้ำไขข้อก็จะรั่วออกนอกข้อ เมื่อขาดน้ำเลี้ยงในข้อก็จะทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อเสื่อมได้เร็ว จึงเป็นเหตุเร่งให้เกิดข้อไหล่เสื่อมในที่สุด

อาการของข้อไหล่เสื่อม (Symptoms)

  1. อาการปวด (Pain) เป็นอาการที่พบได้ชัดเจนที่สุด คนไข้มักมีอาการปวดเวลาเคลื่อนไหวข้อไหล่ เช่น ยกแขน, กางแขนเอื้อมหยิบของ, หมุนแขน เป็นต้น และเมื่อข้อเสื่อมเป็นมากขึ้นก็จะมีอาการปวดได้แม้จะอยู่นิ่งๆ เช่น เวลานอนก็ปวด นอนทับไหล่ก็ปวด
  2. เคลื่อนไหวข้อได้ลดลง (Limited Motion) หรือไหล่ติดยึด คนไข้จะไม่สามารถเคลื่อนไหวแขนไปได้สุดเหมือนคนปกติ เช่น ไม่สามารถหวีผมเอง,ไม่สามาถเอื่อมไปหยิบของที่ชั้นวางของ อาการไหล่ติดยึดจะเป็นมากโดยเฉพาะหลังจากที่ไม่ได้เคลื่อนไหวไหล่เป็นระยะเวลาหนึ่ง เช่นพึ่งตื่นนอนไหล่จะติดยึดมาก
  3. กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Weakness) เมื่อมีข้อเสื่อมการเคลื่อนไหวลดลง กล้ามเนื้อโดยรอบก็จะลีบและอ่อนแรง หรือกรณีที่ข้อไหล่เสื่อมจากเอ็นหมุนรอบข้อไหล่ฉีกขาดรุนแรงเรื้อรัง ก็จะมีอาการอ่อนแรงอย่างชัดเจน
  4. มีเสียงในข้อ (Crepitus) อาจจะมีเสียงในข้อเวลาเคลื่อนไหวข้อ

การวินิจฉัย (Diagnosis)

  1. ประวัติ แพทย์จะซักประวัติโรคข้ออักเสบในส่วนอื่นๆซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับโรครูมาตอย์ ประวัติการบาดเจ็บบริเวณข้อไหล่ไม่จะเป็นข้อไหล่หลุดหรือแตกหัก ประวัติการรักษาเอ็นหมุนรอบข้อไหล่อักเสบ และประวัติการใช้งานข้อไหล่หนัก เช่น ยกของหนัก หรือต้องใช้แรงแขนค่อนข้างมากเป็นเวลานาน เป็นต้น
  2. การตรวจร่างกาย แพทย์จะประเมินอาการปวดของคนไข้ โดยพิจารณาตำแหน่งที่ปวด อาการปวดจากการเคลื่อนไหวหรือการกด ประเมินระยะการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ว่ามีไหล่ติดหรือไม่ มีการอ่อนแรงหรือไม่ ประเมินพยาธิสภาพของอวัยวะโดยรอบข้อไหล่ เช่น เอ็นต่างๆโดยรอบข้อไหล่ ข้อและกระดูกที่อยู่โดยรอบ เป็นต้น
  3. เอกซเรย์ จะสามารถบอกระดับความรุนแรงของการเสื่อมได้ โดยทั่วไปจะพบว่าช่องในข้อไหล่แคบลง ผิวข้อขรุขระ มีกระดูกงอกหรือพบเศษกระดูกหลุดลอยในข้อ เป็นต้น
  4. การตรวจอื่นๆ เช่น การตรวจเลือด, ตรวจน้ำไขข้อ, ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (MRI, CT) จะช่วยวินิจฉัยหาสาเหตุของข้อเสื่อม รวมถึงช่วยประเมินสภาพของกระดูกข้อไหล่ทั้งหัวกระดูกและเบ้า

การรักษา

การรักษาข้อไหล่เสื่อมก็คล้ายๆกับข้อเสื่อมอื่นๆ คือ เริ่มจากการรักษาแบบประคับประคอง หรือไม่ผ่าตัด (Nonsurgical Treatment) แต่ถ้าไม่ได้ผลจึงจะพิจารณาผ่าตัดซึ่งก็มีหลายวิธีและเหมาะสมกับคนไข้แตกต่างกัน

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Nonsurgical Treatment)

  1. Rest and Activity Restrictions: พักการใช้แขนข้างที่มีปัญหา รวมทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ข้อไหล่ในชีวิตประจำวัน เช่น ใส่เสื้อที่เป็นกระดุมหรือซิบทางด้านหน้าแทนการใส่เสื้อแบบสวมหัว เพื่อหลีกเลี่ยงการที่ต้องยกแขนสูง จัดวางของที่ต้องใช้ประจำอยู่ในระดับที่ไม่ต้องเอื้อมแขนสูง หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องกางแขนเป็นเวลานาน เช่น ใช้เครื่องเป่าผม, การเอื้อมจับราวบนรถประจำทางหรือรถไฟ, หลีกเลี่ยงการหิ้ว ยก ดึง และดันของหนัก และหลีกเลี่ยงกิจกรรมใดๆที่ทำให้เกิดอาการปวดไหล่
  2. Cold Application: ประคบด้วยความเย็นประมาณ 20 นาที วันละ 2-3 ครั้ง เพื่อลดอาการปวดและอักเสบ ส่วนการประคบด้วยความร้อนจะสามารถลดอาการปวดและการตึงยึดของกล้ามเนื้อได้ แต่จะไม่ลดอาการอักเสบ
  3. Physical Therapy and Shoulder Exercise: การทำกายภาพและบริหารข้อไหล่ตามที่แพทย์แนะนำ โดยจะบริหารทั้งในส่วนของการเพิ่มความยืดหยุ่นและการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยรอบข้อไหล่ ซึ่งการบริหารต่างๆเหล่านี้จะทำให้เกิดการอ่อนล้าและตึงบริเวณข้อไหล่และต้นแขน แต่จะต้องไม่ทำให้เกิดอาการปวด
    1. Stretching and ROM Exercise: ได้แก่
      1. Pendulum Exercise: โดยการโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย ทิ้งน้ำหนักแขนลงแล้วค่อยๆหมุนแขนเป็นวงกลม จากวงเล็กแล้วค่อยๆขยายเป็นวงใหญ่ขึ้น ทำประมาณ 20 รอบ จากนั้นก็กลับทิศทางการหมุน บางครั้งอาจถือน้ำหนักเบาๆ ที่มือขณะหมุนแขนก็ได้
      2. Shoulder Circles: โดยการนั่งหรือยืนตรง โน้มไหล่ไปด้านหน้าทั้ง 2 ข้าง แล้วยกไหล่ขึ้น และหมุนไหล่ไปด้านหลังคล้ายการหมุนเป็นวงกลม ทำประมาณ 20 รอบ จากนั้นก็กลับทิศทางการหมุน
    2. Strengthening Exercise: เป็นการบริหารเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยรอบข้อไหล่ในทิศทางต่างๆเช่น หมุนไหล่ออกด้านนอก (External Rotation) หมุนไหล่เข้าข้างใน (Internal Rotation) ยกแขนไปด้านหน้า (Forward Flexion) เหยียดแขนไปด้านหลัง (Extension) และกางแขน (Abduction)
  4. Oral Medication: ยากินเพื่อลดอาการปวดและอักเสบได้แก่ NSAIDS, Aspirin ส่วนยาบำรุงผิวข้อ (Glucosamine, Chondroitin) ซึ่งแม้บางการวิจัยรายงานว่าสามารถลดอาการปวดและ ชะลอการเสื่อมได้ แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปและเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าใช้ได้ผลจริง นอกจากนี้ในกรณีที่เป็นโรคข้อรูมาตอย์ด้วย แพทย์ก็จะพิจารณาให้ยาเฉพาะในการรักษารูมาตอย์
  5. Injection: ยาฉีดได้แก่
    1. Steroid: การฉีดสเตอรอย์เข้าข้อไหล่จะช่วยลดอาการอักเสบของข้อไหล่ได้ดี ทำให้อาการปวดลดลง ซึ่งจะได้ผลดีในกรณีที่ข้ออักเสบมาก เช่น โรครูมาตอย์ และกรณีที่ปวดเรื้อรังมานาน แต่จะได้ผลไม่ดีนักในกรณีที่เป็นผู้ป่วยอายุน้อยและมีกิจกรรมใช้ข้อไหล่มาก ส่วนระยะเวลาของการลดอาการปวดก็ไม่ชัดเจน ส่วนใหญ่จะได้ผลในระยะประมาณ 3-6 เดือน
    2. Hyaluronic acid การฉีดน้ำหล่อเลี้ยงเข้าข้อไหล่ มีหลายการศึกษาพบว่าสามารถลดอาการปวดได้ในระยะสั้นประมาณ 6 เดือน ส่วนในระยะยาวผลยังไม่ชัดเจน นอกจากนี้จำนวนครั้งของการฉีดและข้อบ่งชี้ในการฉีดยาประเภทนี้ก็ยังไม่ชัดเจนเช่นกัน

 

 

 
อาการกล้ามเนื้อกระตุกรัว (Myoclonus)

 

image001

 

อาการกระตุกรัว เป็นอาการ ไม่ใช่โรค ซึ่งอาการกระตุกรัว คือ อาการที่กล้ามเนื้อเกิดการกระตุกอย่างแรง ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายๆครั้ง โดยเป็นเพียงระยะเวลาสั้นมาก ประมาณ 1-2 วินาทีเท่านั้น ลักษณะเป็นขึ้นมาเอง ไม่สามารถควบคุมได้ อาจเป็นเพียงกล้ามเนื้อส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย หรือเป็นกับกล้ามเนื้อทั้งตัวก็ได้

Read more... [อาการกล้ามเนื้อกระตุกรัว (Myoclonus)]
 
ไขปริศนาอาการเหน็บชาและตะคริว

อาการเจ็บโดยปัจจุบันทันด่วนนี้เป็นได้ทั้งสองกรณี คือ เกิดจากอาการเหน็บชาหรือเป็นตะคริว ซึ่งหลายคนอาจแยกความแตกต่างไม่ออก รวมทั้งสงสัยว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และจะป้องกันได้ด้วยวิธีใด เรามีคำตอบให้คุณทุกคำถาม

Read more... [ไขปริศนาอาการเหน็บชาและตะคริว]
 
นิ้วหัวแม่เท้าเอียง ผิดรูป (Hallux Valgus หรือ Bunion)

โรคนี้เป็นความผิดรูปของ นิ้วหัวแม่เท้า ที่เอียงออกด้านนอกเข้าหานิ้วชี้ และ โคนนิ้วหัวแม่เท้าเอียงเข้าด้านในแยกออกจากนิ้วอื่น ทำให้ปลายเท้าแบนกว้างขึ้น โคนนิ้วหัวแม่เท้าโตมาก เมื่อเป็นมากขึ้นปลายนิ้วหัวแม่เท้าจะซ้อน ใต้นิ้วเท้า

 

Read more... [นิ้วหัวแม่เท้าเอียง ผิดรูป (Hallux Valgus หรือ Bunion)]
 
การพยาบาลผู้ป่วยใส่ข้อตะโพกเทียม การพยาบาลหลังผ่าตัด

การดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดใส่ข้อตะโพกเทียม

 

โดยส่วนใหญ่จะคล้ายกับการดูแล

ผู้ป่วยหลังผ่าตัดกระดูกรายอื่นๆ แต่ถือเป็นการผ่าตัดใหญ่และมีการดูแลเฉพาะที่ต้องระมัดระวัง

เป็นพิเศษ คือ การป้องกันการเคลื่อนของข้อตะโพกเทียม

 

Read more... [การพยาบาลผู้ป่วยใส่ข้อตะโพกเทียม การพยาบาลหลังผ่าตัด]
 
การบาดเจ็บของเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า

“เอ็นไขว้หน้าหัวเข่า”มีความสำคัญอย่างไร?

 

การเล่นกีฬาไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ, ความสนุกสนาน หรือเพื่อการแข่งขันล้วนจำเป็นต้องมีการวิ่ง กระโดด หมุนตัว เปลี่ยนความเร็วในการเคลื่อนไหว หากมีการเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว เปลี่ยนทิศทางรวดเร็วหรือหยุดกะทันหันได้มากก็ย่อมจะมีความได้เปรียบในเชิงกีฬามาก โดยทั่วไปลักษณะทางกายภาพของคนเรา การมีกระดูกที่แข็งแรงทำให้รับน้ำหนัก แรงกระแทกได้ดี, การมีข้อ(ผิวข้อกระดูกอ่อน)ที่เรียบลื่นขยับตัวได้ดี, กล้ามเนื้อที่แข็งแรง ต่างก็ช่วยกันทำงานทำให้การเคลื่อนไหวในการเล่นกีฬา เป็นไปได้อย่างราบรื่นและสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่ไม่แพ้ไปจากอวัยวะที่กล่าวไปข้างต้นนั่นก็คือ เส้นเอ็น

 

Read more... [การบาดเจ็บของเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า]
 
กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข: Restless legs syndrome

 

image001

 

โรคนี้เป็นโรคทางระบบประสาทที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Restless legs syndrome (RLS) หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า Ekbom’s syndrome ตามชื่อของแพทย์ที่รายงานเกี่ยวกับโรคนี้เมื่อปี ค.ศ.1945 ผู้ป่วยที่เป็นโรคหรือกลุ่มอาการนี้มักมีความรู้สึกไม่สบายที่ขาทั้ง 2 ข้าง โดยเฉพาะเมื่อนั่งหรือนอนพัก ทำให้ต้องขยับขาเพื่อบรรเทาอาการทางประสาทสัมผัสที่ผิดปกติดังกล่าว

 

Read more... [กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข: Restless legs syndrome]
 
Benign paroxysmal positional vertigo (BPPV)

เป็นอาการเวียนศีรษะที่รู้สึกว่า ตัวเอง หรือสิ่งแวดล้อมหมุนรอบตัวเอง จะเกิดเมื่อหันศีรษะในทิศทางที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ มักจะมี อาเจียน ยืนทรงตัวไม่ได้ เมื่อมีการเปลี่ยนท่าหรือหันหน้า หรือลุกจากเตียง สาเหตุที่แท้จริงไม่ทราบ ผู้เกิดอการนี้หากอายุน้อยกว่า 50 ปีสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากอุบัติเหตุที่ศีรษะ ส่วนผู้สูงอายุส่วนมากเกิดจากการเสื่อมของระบบประสาท

 

Read more... [Benign paroxysmal positional vertigo (BPPV)]
 
โรคข้อและกระดูกสันหลังอักเสบ (Spondylopathy)

โรคข้อและกระดูกสันหลังอักเสบหมายถึงกลุ่มโรคที่มีการอักเสบของข้อกระดูกสันหลังและข้อรยางค์ (แขนและขา) ร่วมกับการอักเสบของปลายเอ็นส่วนที่ยึดติดกับกระดูก ซึ่งก่อให้เกิดอาการปวดตึงหลัง ปวดข้อของแขนหรือขา และเจ็บที่เอ็น นอกจากนี้ยังอาจมีอาการแสดงในระบบอื่นๆ เช่น ผื่นผิวหนัง ตาแดง ตามัว หรือท้องเสีย เป็นต้น

 

Last Updated on Wednesday, 12 February 2014 00:26
Read more... [โรคข้อและกระดูกสันหลังอักเสบ (Spondylopathy)]
 
โรคกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด ( ANKYROSING SPONDILITIS )

1.โรคข้อสันหลังอักเสบติดยึดคืออะไร ?

 

โรคข้อสันหลังอักเสบติดยึดเป็นกลุ่มโรคข้ออักเสบที่มีการอักเสบของกระดูกสันหลังร่วมกับมีการอักเสบของข้ออื่น ๆ ของร่างกาย เมื่อเป็นไปนาน ๆ จะมีกระดูกงอกออกมาเชื่อมกระดูกสันหลัง ข้อสะโพกให้ติดกัน เกิดความพิการตามมา

 

Read more... [โรคกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด ( ANKYROSING SPONDILITIS )]
 
<< Start < Prev 1 2 3 4 5 6 Next > End >>

Page 2 of 6